โฆษกรัฐบาลเผย “นายกฯ” ห่วงปัญหาน้ำมันโลกสูงกระทบราคาสินค้า สั่งจับตาเรื่องพลังงานใกล้ชิด ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม กบง. ออกมาตรการด่วน รับข้อสั่งการนายกฯ

20 ตุลาคม 2564

วันที่ 20 ต.ค.64 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยสถานการณ์พลังงาน แนวโน้มราคาน้ำมันโลกมีทิศทางสูงขึ้น เป็นผลจากปัจจัยหลายอย่าง โดยเฉพาะจากเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว ความต้องการใช้พลังงานทั่วโลกเพิ่มขึ้นหลังจากมีการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น และสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลราคาพลังงานให้เหมาะสมจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย รวมทั้งให้ทุกหน่วยงานติดตามราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ป้องกันการฉวยโอกาสในการขึ้นราคาสินค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยล่าสุด (20 ตุลาคม 2564) คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน ได้มีมติเห็นชอบมาตรการบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมัน ดังนี้

1) กำหนดประเภทน้ำมันกลุ่มดีเซลปรับกลับมาเป็น 3 ชนิด คือ บี7 บี10 และบี 20 โดยยังคงนโยบายส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนในภาคขนส่ง
2) ให้กองทุนน้ำมันตรึงราคากลุ่มราคาน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ไม่เกิน 30 บาทต่อลิตร แม้ราคาพลังงานตลาดโลกจะมีแนวโน้มขาขึ้น โดยใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการบริหารจัดการอัตราเงินกองทุน หากไม่เพียงพอให้สามารถกู้ยืมเงินเพื่อรักษาระดับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงกลุ่มดีเซล
3) ให้มีการติดตามสอดส่องขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ให้ค่าการตลาดของกลุ่มน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว ไม่เกิน 1.40 บาทต่อลิตร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันของหลายประเทศในอาเซียนก็ปรับตัวสูงขึ้น ได้แก่ ราคาน้ำมันเบนซินอ้างอิง ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564 ประเทศไทยขายอยู่ที่ 31.15 บาท/ลิตร กัมพูชา 36.68 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 64.34 บาท/ลิตร ส่วนราคาน้ำมันดีเซลอ้างอิง ณ วันที่ 18 ตุลาคม เช่นกัน ประเทศไทยขายอยู่ที่ 28.29 บาท/ลิตร กัมพูชา 29.75 บาท/ลิตร และสิงคโปร์ 52.75 บาท/ลิตร

“กระทรวงพลังงานได้ติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลกตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมในการออกมาตรการบรรเทาผลกระทบต่อประชาชน ป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นสินค้าอย่างไม่เป็นธรรม ซึ่งนอกจากนโยบายในการดูแลราคาพลังงานไม่ว่าเรื่องก๊าซหุงต้ม หรือไฟฟ้าแล้ว รัฐบาลยังได้เดินหน้ามาตรการต่าง ๆ ทั้งด้านสาธารณสุขและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมกันด้วย เพื่อรองรับการฟื้นตัวหลังโควิด-19 ให้ครอบคลุมพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ ไปด้วยกัน” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว

โปรดเลือก