คกก.ยุทธศาสตร์ชาติไฟเขียว 406 โครงการสำคัญประจำปี 2566 ที่ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติปี 2566-2570 ตอบโจทย์ความต้องการในระดับพื้นที่

16 กันยายน 2564

วันนี้ (16 ก.ย.64) เวลา 09.30 น. ณ ห้อง PMOC ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ 2/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้อง นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติประเทศไทยจำเป็นต้องมีแผนหลักที่จะเดินไปข้างหน้าในระยะเวลา 5 ปี อย่างสอดประสานต่อเนื่อง ด้วยการบูรณาการทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ที่ต้องการ คือ การเพิ่มรายได้ให้กับประเทศ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ลดความเหลื่อมล้ำ ลดความยากจน ทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้สูง ด้วยการพลิกโฉมประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่รัฐบาลยังทำหน้าที่อยู่และส่งมอบความมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน ต่อไปในอนาคต

โอกาสนี้ คณะกรรมการฯ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบโครงการสำคัญประจำปี 2566 ที่ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (ปี 2566 – ปี 2570) รวมจำนวน 406 โครงการ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 รวมทั้งกระบวนการงบประมาณที่ต้องรองรับการดำเนินการโครงการสำคัญประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการจัดทำโครงการสำคัญของประเทศตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติในห้วงปี 2566 – 2570 ได้อย่างเป็นรูปธรรมบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำ โดยได้มีการกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการตามแนวทางอย่างเคร่งครัด และบูรณาการเพื่อให้กลุ่มคนจนเป้าหมายและกลุ่มคนเปราะบางได้รับความช่วยเหลือและพัฒนาที่เหมาะสมต่อไป

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวว่า ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีย้ำความสำคัญของการจัดทำโครงการสำคัญที่ต้องตอบโจทย์ความต้องการในระดับพื้นที่ ภายใต้การบูรณาการทั้งจากส่วนกลางและหน่วยงานระดับพื้นที่จะเป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ รวมทั้งต้องมีการรายงานผลสัมฤทธิ์การดำเนินงานของหน่วยงานที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมตามกรอบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด เพื่อป้องกันความซ้ำซ้อนและลดความไม่โปร่งใส นำไปสู่ความคุ้มค่าของการใช้เงินงบประมาณต่อไป

โปรดเลือก