สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
ข่าวทำเนียบรัฐบาล
วันนี้ (28 พ.ย. 2561) เวลา 15.30 น. เวลาท้องถิ่น ณ กรุงเบอร์ลิน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้กล่าวสุนทรพจน์(Keynote speech) ในกิจกรรม Thai-German Business Forum : Asia-Europe Partnership for the Future ณ โรงแรม Hilton เบอร์ลิน โดย พลโท วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีได้ใช้โอกาสนี้ ประชาสัมพันธ์ถึงโอกาสในทางธุรกิจ และการลงทุนในไทยของภาคเอกชนเยอรมนี ซึ่งกิจกรรมนี้มีบุคคลสำคัญของเยอรมนีเข้าร่วมหลายท่าน ได้แก่ Mr. Andreas Scheuer (นายอันเดรียส์ ชอยเออร์) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและดิจิทัล สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Federal Minister for Transport and Digital Infrastructure) และ Dr. Hubert Lienhard (ฮูแบร์ท ลีนฮาร์ท) ประธานคณะกรรมการธุรกิจเยอรมนี ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (The Asia-Pacific Committee of German Business: APA) นายกรัฐมนตรีย้ำถึงความสำคัญของเยอรมนี หุ้นส่วนสำคัญของไทยในยุโรปโดยไทยและเยอรมนีมีความสำพันธ์ระหว่างกันมายาวนานถึง 156 ปีเยอรมนีเป็นคู่ค้าสำคัญของไทยเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของไทยใน EU เป็นประเทศผู้ลงทุนลำดับต้นต้นของไทย ลงทุนในไทยกว่า 866 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 28,649 ล้านบาท มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมยกระดับศักยภาพทางการผลิตของไทยมาโดยตลอด รัฐบาลไทยประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ขับเคลื่อนประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงโดยใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีนวัตกรรมและการสร้างสรรค์ควบคู่ไปกับการพัฒนาและยกระดับบุคลากรซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสำเร็จของแนวคิดอุตสาหกรรม 4.0 ของเยอรมนี นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนนักลงทุนภาคเอกชนเยอรมนี ร่วมลงทุนในไทยตามแนวนโยบายของรัฐบาลในการเดินหน้าขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีโดยเป็นยุทธศาสตร์ที่ให้ความสำคัญต่อการเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐานมีเป้าหมายให้ไทยเป็นระเบียงเศรษฐกิจแห่งเอเชียโดยเฉพาะการเชื่อมโยงการคมนาคมและขนส่งอย่างไรรอยต่อภายในกลุ่มประเทศอาเซียนบนภาคพื้นทวีปและจะเชื่อมโยงไปสู่เอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ในอนาคตอีกทั้งประเทศไทยได้ปฏิรูปกฎหมายและปรับปรุง กฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้การดำเนินธุรกิจ ตลอดจนลดขั้นตอนการขออนุญาตในการลงทุนในไทยจนเห็นผลในการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลกปี 2562 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 30 จาก 190 ประเทศ อีกทั้งโอกาสที่ไทยจะเป็นประธานอาเซียนในปี 2562 ไทยพร้อมจะให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความยั่งยืนในทุกมิติให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลางมองไปสู่อนาคตร่วมกัน ปัจจุบันอาเซียนมีเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับหกของโลกและมีเสถียรภาพจะก้าวไปสู่เศรษฐกิจอันดับ4 ของโลกในปี 2573 อาเซียนเป็นตลาดขนาดใหญ่มีประชากร 650 ล้านคน มีโครงการที่มีศักยภาพพร้อมรองรับการลงทุน เช่น EEC และมีนโยบายไทยแลนด์ + 1 สนับสนุนให้เอกชนจากมิตรประเทศ ใช้ไทยเป็นฐานในการขยายโอกาส ลู่ทางการค้า การลงทุน จากประเทศเพื่อนบ้าน และ ในขณะเดียวกันรัฐบาลไทยจะสนับสนุนให้เอกชนไทยดำเนินนโยบาย Germany +1 ใช้เยอรมนี เป็นฐานการขยายโอกาสลู่ทางการลงทุน ในกลุ่ม EU และภูมิภาคยุโรปเช่นกัน ในตอนท้ายนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณการจัดงานครั้งนี้ที่จะเป็นส่วนสำคัญในการให้ความรู้ความเชื่อมั่นแก่เอกชนที่สนใจลงทุนในประเทศไทยซึ่งหวังว่าจะเห็นการเติบโตทางการค้าการลงทุนและความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นระหว่างไทยและเยอรมนี
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
26
มิ.ย.
2569
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรถวายพระราชกุศลสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา 26 มิถุนายน 2569
25
มิ.ย.
2569
เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (ครบ 15 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
25
มิ.ย.
2569
ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่ สลน. ร่วม กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญสาธารณประโยชน์และบำเพ็ญสาธารณกุศลเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569
ข่าว สลน. มาใหม่
26
ส.ค.
2568
ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่...) พ.ศ. ....
26
ส.ค.
2568
ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
26
ส.ค.
2568
ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท
และการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ
Mute
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มสำเร็จ
ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามคำขอโดยเร็วที่สุด
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
แก้ไขโปรไฟล์สำเร็จ
ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตรหัสผ่านสำเร็จ
ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตรหัสผ่านไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการแก้ไข
และปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มไม่สำเร็จ
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
กรุณาตรวจสอบ
อัปโหลดสูงสุด 5 ไฟล์ ขนาดไม่เกิน 64 MB
กรุณาเข้าสู่ระบบ
เพื่อเข้าใช้งานระบบสมาชิก
กำลังทำรายการ
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
กดปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” เพื่อเข้าสู่ระบบ
เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
กรุณายืนยันว่าอีเมลนี้เป็นของคุณที่กล่องจดหมาย
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง