Pattern

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

The Secretariat of the Prime Minister

ข่าวทำเนียบรัฐบาล

25 มิถุนายน 2568
ครั้งแรกของไทย! นายกฯ เปิดการประชุม GFEAI 2025 ย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ ตามแนวทางของ UNESCO
พร้อมเสริมศักยภาพ AI เป็นเครื่องมือสร้างการมีส่วนร่วมและความก้าวหน้า สนับสนุนบทบาทไทยในฐานะผู้นำจริยธรรม AI ของภูมิภาค

วันนี้ (วันพุธที่ 25 มิถุนายน 2568) เวลา 09.10 น. ณ ห้องคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ B1 ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุม The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of Artificial Intelligence ในปี 2568 (GFEAI 2025) ภายใต้หัวข้อ “AI Ethical Governance in Action” เพื่อยกระดับบทบาทไทยในเวทีโลกด้านปัญญาประดิษฐ์ และส่งเสริมจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ 

 

โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นางโอเดรย์ อาซูเลย์ (H.E. Ms. Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) และนางลิเดีย อาร์เธอร์ บริโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่แห่งยูเนสโก เข้าร่วม

 

ภายหลังเสร็จสิ้น นางสาวศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของปาฐกถาพิเศษ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในเวทีสำคัญแห่งนี้ ซึ่งมีจุดยืนร่วมกันในการกำหนดอนาคตที่เทคโนโลยีเป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อมนุษยชาติ และให้ความสำคัญต่อหลักจริยธรรมในการพัฒนา AI พร้อมทั้งชื่นชมองค์การยูเนสโกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมสำหรับปัญญาประดิษฐ์ (Recommendation on the Ethics of Artificial Intelligence) ซึ่งสามารถรวมสมาชิกองค์การยูเนสโกทั้ง 194 ประเทศให้เดินหน้าร่วมกัน สู่การพัฒนาที่มีความรับผิดชอบ โดยปัจจุบัน ปัญญาประดิษฐ์ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต การทำงาน การเรียนรู้ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในไม่ช้า ซึ่งรัฐบาลยึดมั่นในหลักการสำคัญ 3 ประการ เพื่อให้แน่ใจว่า AI จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ครอบคลุม ยั่งยืน และถาวร ได้แก่ 

         

ประการแรก การเสริมศักยภาพด้านบวกของ AI ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งการช่วยเกษตรกรในการบริหารจัดการน้ำ การสนับสนุนแพทย์ในการวินิจฉัยโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม และการส่งเสริมการเรียนรู้เฉพาะบุคคล ซึ่ง AI มีศักยภาพอย่างมากในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องเร่งผลักดันนวัตกรรมเหล่านี้ให้เข้าถึงได้ โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและชุมชนเปราะบาง

           

ประการที่สอง การป้องกันการนำ AI ไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเผยแพร่ข้อมูลเท็จ สื่อที่ถูกดัดแปลงทางดิจิทัล (Deepfake) และภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ทำลายความเชื่อมั่นของสาธารณชนและหลักประชาธิปไตย จึงจำเป็นต้องมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ชัดเจน เครื่องมือในการตรวจสอบข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการปลูกฝังทักษะรู้เท่าทันดิจิทัลให้กับประชาชนทุกคน

           

ประการสุดท้าย การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา AI ความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียงานจากเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้าม แต่ AI ควรทำหน้าที่ในการสนับสนุน ไม่ใช่แทนที่แรงงานมนุษย์ ดังนั้น ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และสถาบันการศึกษา จึงต้องร่วมมือกัน เพื่อยกระดับทักษะของแรงงาน พร้อมรักษาคุณค่าของแรงงานมนุษย์ให้มั่นคง

             

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า ประเทศไทยมุ่งมั่นขับเคลื่อนเป้าหมายร่วมกัน โดยภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) ไทยกำลังเดินไปข้างหน้า ด้วยแผนงานสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่ 

1. การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยมีเป้าหมายสร้างผู้ใช้งาน AI ทั่วไป จำนวน 10 ล้านคน ผู้เชี่ยวชาญ AI จำนวน 90,000 คน และนักพัฒนา AI จำนวน 50,000 คน

2. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้วยงบประมาณกว่า 15.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ครอบคลุมการพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์เปิด (Open Source AI Platform) และการจัดตั้งศูนย์ข้อมูลแห่งชาติ 

3. การผลักดันการใช้ AI ให้เกิดผลลัพธ์เป็นรูปธรรม ด้วยงบประมาณกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อพลิกโฉมภาคเกษตรกรรม สาธารณสุข และการท่องเที่ยว

4. การเป็นผู้นำอย่างมีจริยธรรม ผ่านการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค  (AI Governance Practice Center: AIGPC) เพื่อส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่เป็นเลิศและความร่วมมือในระดับภูมิภาค

         

พร้อมกันนี้ ไทยยังได้พัฒนาเครื่องมือเพื่อติดตามความก้าวหน้าของโลกในการดำเนินการตามข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมสำหรับ AI ของยูเนสโก เพื่อให้มั่นใจว่า “จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”

         

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า AI ต้องเป็นพลังแห่งความจริง ไม่ใช่การหลอกลวง เป็นเครื่องมือเพื่อการมีส่วนร่วม ไม่ใช่การแบ่งแยก และเป็นแรงขับเคลื่อนความก้าวหน้า ไม่ใช่ความหวาดกลัว โดยไทยพร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตของ AI ที่มีจริยธรรมและความเท่าเทียม พร้อมก้าวไปข้างหน้าด้วยสติปัญญา ความรับผิดชอบ และเป้าหมายร่วมกัน

         

สำหรับการประชุม GFEAI 2025 เป็นการประชุมวิชาการนานาชาติ เพื่อส่งเสริมการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์อย่างมีความรับผิดชอบ และไม่ละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามแนวทางข้อเสนอแนะว่าด้วยจริยธรรมสำหรับปัญญาประดิษฐ์ของยูเนสโก โดยการประชุมในครั้งนี้ ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 24 - 27 มิถุนายน 2568 ที่กรุงเทพฯ โดยมีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหน่วยงานหลัก ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นเจ้าภาพร่วมกับองค์การยูเนสโก 

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

4

ก.ย.

2569

การจัดโครงการสัมมนา สลน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “เสริมพลังใจ สร้างพลังในการทำงาน : SPM Happy Mind, Better Work”

3

ก.ย.

2569

การจัดโครงการสัมมนา สลน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “เสริมพลังใจ สร้างพลังในการทำงาน : SPM Happy Mind, Better Work”

8

ก.ย.

2569

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569

ข่าว สลน. มาใหม่

26

ส.ค.

2568

ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่...) พ.ศ. ....

26

ส.ค.

2568

​ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

​ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

26

ส.ค.

2568

ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท

และการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ

ช่องทางการร้องเรียนและแจ้งปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่ สลน.
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)
โดยตรงที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
0-2288-4000
ทางไปรษณีย์ ถึง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300

Mute

ติดต่อสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)