สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
ข่าวทำเนียบรัฐบาล
วันนี้ (12 ธันวาคม 2566) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ เรื่อง การขอรับความเห็นชอบต่อร่างหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างกรมความร่วมมือระหว่างประเทศและองค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งสมาพันธรัฐสวิส ร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน เพื่อดำเนินความร่วมมือในโครงการลดปัญหาความยากจนโดยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย การพัฒนาทักษะแรงงาน และการยกระดับโอกาสการเข้าถึงการจ้างงานในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเมียนมา และไทย ระยะที่ 2 โดยอนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) เสนอดังนี้ 1. เห็นชอบต่อร่างหนังสือแสดงเจตจำนงระหว่างกรมความร่วมมือระหว่างประเทศและองค์การความร่วมมือเพื่อการพัฒนาแห่งสมาพันธรัฐสวิสร่วมกับองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน เพื่อดำเนินการความร่วมมือในโครงการลดปัญหาความยากจนโดยการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย การพัฒนาทักษะแรงงาน และการยกระดับโอกาสการเข้าถึงการจ้างงานในประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เมียนมา และไทย ระยะที่ 2 (หนังสือแสดงเจตจำนงฯ) (โครงการ PROMISE ระยะที่ 2) 2. อนุมัติให้อธิบดีกรมความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นผู้ลงนามในหนังสือแสดงเจตจำนงฯ และ 3. หากมีความจำเป็นต้องปรับแก้ถ้อยคำในร่างหนังสือแสดงเจตจำนงฯ ในส่วนที่ไม่กระทบต่อสาระสำคัญ ขอให้ กต. ดำเนินการได้โดยไม่ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีก นายคารม กล่าวว่า กต. (กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ) ได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนไตรภาคี [3 ฝ่าย ได้แก่ (1) กรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (กต. ฝ่ายไทย) (2) SDC (องค์การฝ่ายสมาพันธรัฐสวิส) และ (3) IOM (องค์การระหว่างประเทศ)] ภายใต้โครงการ PROMISE ระยะที่ 2 ซึ่งกำหนดระยะเวลาระหว่างเดือนกันยายน 2564 - สิงหาคม 2568 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต่อยอดจากการดำเนินโครงการ PROMISE ระยะที่ 1* (เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนกันยายน 2560 - สิงหาคม 2564 ไทยยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการฯ) ซึ่งประสบความสำเร็จในการส่งเสริมการคุ้มครองแรงงานสัญชาติกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา ที่เดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในการกำกับแรงงานข้ามชาติ และการพัฒนาทักษะฝีมือให้แก่แรงงานข้ามชาติ สำหรับเป้าหมายของโครงการ ประกอบด้วย แรงงานงานข้ามชาติจำนวนมากกว่า 450,000 ราย ใน 4 ประเทศ (กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และไทย) จะได้รับผลประโยชน์จากการดำเนินโครงการนี้ โดยแรงงานข้ามชาติ 150,000 ราย จะสามารถเข้าถึงการพัฒนาและการรับรองทักษะฝีมือรวมถึงการส่งต่องาน เพื่อนำไปสู่การจ้างงานและคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น และแรงงานข้ามชาติ 300,000 ราย จะได้รับข้อมูลข่าวสาร การขยายเครือช่ายและการคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น เพื่อเอื้อต่อการใช้ประโยชน์สูงสุดจากโอกาสต่าง ๆ ที่มีอยู่ ทั้งนี้ นายจ้าง 300 ราย จะสร้างกลไกการจัดฝึกอบรมแก่แรงงานข้ามชาติภายในสถานประกอบการนั้น ๆ และได้รับการฝึกอบรม ทั้งในด้านการพัฒนาทักษะฝีมือและการคุ้มครองแรงงานในการโยกย้ายถิ่นฐาน และผู้แทนจากภาครัฐ นายจ้าง และภาคประชาสังคม 400 ราย จะได้รับการฝึกอบรมด้านการจ้างงานอย่างมีจริยธรรมและมีความยุติธรรม ตลอดจนการตรวจสอบลักษณะการจ้างงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน “โครงการดังกล่าวจะมีส่วนขับเคลื่อนงานการทูตเพื่อการพัฒนากับกลุ่มประเทศยุทธศาสตร์ของไทยและผลักดันการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ รวมทั้งส่วนช่วยสนับสนุนการบริหารจัดการแรงงานข้ามชาติของไทยให้สอดคล้องกับบรรทัดฐานระหว่างประเทศที่ไทยได้ให้การรับรองในข้อตกลงระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐานที่ปลอดภัย และยังส่งเสริมการทำงานของกลไกในระดับภูมิภาคด้านแรงงานข้ามชาติ เช่น เวทีการประชุมอาเซียนด้านแรงงานข้ามชาติ อันจะส่งผลให้แรงงานข้ามชาติที่มาทำงานในประเทศไทยได้รับความคุ้มครองและได้รับการพัฒนาทักษะจนเป็นกำลังสำคัญของภาคเศรษฐกิจของไทย รวมถึงเขตอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงอันนำไปสู่การเติบโตที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน และช่วยลดปัญหาความยากจนของภูมิภาคในระยะยาว" นายคารม ย้ำ
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
4
ก.ย.
2569
การจัดโครงการสัมมนา สลน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “เสริมพลังใจ สร้างพลังในการทำงาน : SPM Happy Mind, Better Work”
3
ก.ย.
2569
การจัดโครงการสัมมนา สลน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “เสริมพลังใจ สร้างพลังในการทำงาน : SPM Happy Mind, Better Work”
8
ก.ย.
2569
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569
ข่าว สลน. มาใหม่
26
ส.ค.
2568
ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่...) พ.ศ. ....
26
ส.ค.
2568
ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
26
ส.ค.
2568
ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท
และการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ
Mute
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มสำเร็จ
ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามคำขอโดยเร็วที่สุด
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
แก้ไขโปรไฟล์สำเร็จ
ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตรหัสผ่านสำเร็จ
ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตรหัสผ่านไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการแก้ไข
และปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มไม่สำเร็จ
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
กรุณาตรวจสอบ
อัปโหลดสูงสุด 5 ไฟล์ ขนาดไม่เกิน 64 MB
กรุณาเข้าสู่ระบบ
เพื่อเข้าใช้งานระบบสมาชิก
กำลังทำรายการ
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
กดปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” เพื่อเข้าสู่ระบบ
เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
กรุณายืนยันว่าอีเมลนี้เป็นของคุณที่กล่องจดหมาย
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง