Pattern

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

The Secretariat of the Prime Minister

ข่าวทำเนียบรัฐบาล

26 มิถุนายน 2566
โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดีรายงานดัชนี Global Gender Gap Index 2023 โดย WEF สะท้อนความก้าวหน้าในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลเพื่อความเสมอภาคทางเพศในหลายมิติ
โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ ยินดีรายงานดัชนี Global Gender Gap Index 2023 โดย WEF สะท้อนความก้าวหน้าในการผลักดันนโยบายของรัฐบาลเพื่อความเสมอภาคทางเพศในหลายมิติ ปีนี้ไทยเป็นอันดับที่ 74 ขึ้นมา 5 อันดับจากปีที่แล้ว

วันนี้ (26 มิถุนายน 2566) นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum: WEF) ได้เปิดเผยรายงานดัชนีความเสมอภาคทางเพศทั่วโลก ประจำปี 2566 (Global Gender Gap Index 2023) เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมาว่า ไทยอยู่ในอันดับที่ 74 จากทั้งหมด 146 ประเทศ โดยอันดับขยับขึ้น 5 อันดับจากอันดับที่ 79 ในปี 2565 ด้วยคะแนน 0.711 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.002 คะแนน (https://www.weforum.org/reports/global-gender-gap-report-2023/in-full/benchmarking-gender-gaps-2023#country-coverage) โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า WEF จัดทำรายงานดัชนีความเสมอภาคทางเพศทั่วโลกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2549 เพื่อประเมินความคืบหน้าเกี่ยวกับความเท่าเทียมทางเพศ และเปรียบเทียบช่องว่างระหว่างเพศของประเทศต่าง ๆ ใน 4 มิติ ได้แก่ 1. ความเสมอภาคด้านการมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจ (Economic Participation and Opportunity) 2. ความสำเร็จทางการศึกษา (Educational Attainment) 3. สุขภาพและการอยู่รอด (Health and Survival) และ 4. การส่งเสริมศักยภาพทางการเมือง (Political Empowerment) โดยหากมองในระดับภูมิภาค ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิกมีความเท่าเทียมที่ร้อยละ 68.8 ซึ่งนับเป็นคะแนนสูงสุดอันดับ 5 จากทั้งหมด 8 ภูมิภาค โดยผู้หญิงในภูมิภาคนี้ต้องใช้เวลา 189 ปี จึงจะสามารถอุดช่องโหว่ความไม่เสมอภาคทางเพศได้ผลสำเร็จ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า หากพิจารณารายมิติในปีนี้ ไทย อยู่ในอันดับที่ 24 มิติความเสมอภาคด้านการมีส่วนร่วมและโอกาสทางเศรษฐกิจ ด้วยคะแนน 0.772 อันดับที่ 61 มิติความสำเร็จทางการศึกษา ด้วยคะแนน 0.995 อันดับที่ 42 มิติสุขภาพและการอยู่รอด ด้วยคะแนน 0.977 และอันดับที่ 120 มิติการส่งเสริมศักยภาพทางการเมือง ด้วยคะแนน 0.101 "พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมกันในสังคม ตามหลักสิทธิมนุษยชน และตามพระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 และได้ดำเนินการสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนทุกกลุ่มทุกช่วงวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มสตรี ซึ่งถือเป็นประชากรที่มีจำนวนมากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศ ด้วยตระหนักถึงศักยภาพของสตรีในการเป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในหลากหลายมิติ โดยรัฐบาลได้กำหนดกลไกการทำงาน และมีความร่วมมือกับกลไกจากภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อผลักดันให้เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งลำดับที่สูงขึ้นในดัชนีของ WEF นี้ จะเป็นอีกกำลังใจในการทำงานให้เห็นผลสำเร็จเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว" นายอนุชาฯ กล่าว

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

17

มิ.ย.

2569

ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร (7 วัน) เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

16

มิ.ย.

2569

คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

13

มิ.ย.

2569

ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ข่าว สลน. มาใหม่

26

ส.ค.

2568

ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่...) พ.ศ. ....

26

ส.ค.

2568

​ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

​ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

26

ส.ค.

2568

ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท

และการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ

ช่องทางการร้องเรียนและแจ้งปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่ สลน.
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)
โดยตรงที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
0-2288-4000
ทางไปรษณีย์ ถึง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300

Mute

ติดต่อสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)