สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
ข่าวทำเนียบรัฐบาล
น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 มีนาคม2566 ว่า ที่ประชุมครม. มีมติเห็นชอบแผนจัดการระดับชาติเพื่อการปฏิบัติตามอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2566-2570 ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผนให้เป็นไปตามพันธกรณีของอนุสัญญาที่ไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกต่อไป น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานมีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยการลด และ/หรือ เลิกการผลิต การใช้ และการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (Persistent Organic Pollutants: POPs) ซึ่งเป็นกลุ่มสารประกอบอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ยาก มีคุณสมบัติเป็นพิษต่อมนุษย์และสัตว์ ตกค้างยาวนาน สามารถสะสมในสิ่งมีชีวิต ห่วงโซ่อาหาร และสิ่งแวดล้อมได้มาก และสามารถเคลื่อนย้ายได้ไกลในสิ่งแวดล้อม โดยอนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้กับไทยตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2548 เป็นต้นมา ร่างแผนจัดการระดับชาติฯ ฉบับที่ 2 มีสาระสำคัญสรุปได้ ดังนี้ 1. วัตถุประสงค์ เพื่อเป็นแผนหลักของประเทศในการจัดการสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการจัดการสารมลพิษที่ตกค้างยาวนานให้ครอบคลุมสาร POPs ชนิดใหม่ 19 รายการ ให้มีความสอดคล้องกับการดำเนินงานตามพันธกรณีของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ 2. เป้าหมาย เพื่อลด และ/หรือ เลิกการผลิต การใช้ และการปลดปล่อยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม 3. ประเภทสารเคมีที่ต้องได้รับการติดตาม ควบคุม ตามแผนจัดการระดับชาติฯ ฉบับที่ 2 ได้แก่ สาร POPs ชนิดใหม่ 19 รายการ โดยสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เช่น สารไดโคฟอล (Dicofol) 2.สารเคมีอุตสาหกรรม เช่น สารพีฟอสเอฟ (PFOS) ที่ใช้ในการดับเพลิงและเคลือบกระทะ และ 3.สารเคมีที่ปลดปล่อยโดยไม่จงใจ เช่น สารเคมีที่เกิดจากการเผาขยะ การเผาในที่โล่ง กระบวนการผลิตโลหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีสารเคมีที่อยู่ภายใต้แผนจัดการระดับชาติฯ ฉบับแรกอีก 2 สารที่ยังคงต้องติดตาม ควบคุมการใช้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สารไดออกซิน/ฟิวแรน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารเคมีที่ปลดปล่อยโดยไม่จงใจที่เกิดจาก การเผาขยะ และการเผาในที่โล่งเป็นส่วนใหญ่ 4. แผนปฏิบัติการ (Action Plans) ภายใต้แผนจัดการระดับชาติฯ ฉบับที่ 2 ประกอบด้วย 16 แผนกิจกรรม ที่จะดำเนินการในช่วงปี พ.ศ. 2566-2570 โดยได้กำหนดเป้าหมาย กิจกรรม ตัวชี้วัด หน่วยงานดำเนินการ ระยะเวลาดำเนินการ งบฯ และแหล่งเงิน ซึ่งมีหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน 37 หน่วยงานร่วมดำเนินการ “ตัวอย่างกิจกรรมที่สำคัญภายใต้แผนปฏิบัติการฯ เช่น 1.การออกประกาศควบคุมสาร POPs ชนิดใหม่ให้เป็นวัตถุอันตราย ภายใต้ พ.ร.บ. วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 และการพิจารณายกระดับการควบคุมและ/หรือกาหนดเงื่อนไขจำกัดการใช้สาร POPs ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ได้รับอนุญาตภายใต้อนุสัญญาฯ 2.การปรับปรุงกฎระเบียบให้มีการรายงานข้อมูลการใช้สารพีฟอส (PFOS) รวมทั้งศึกษาความเหมาะสมของเทคโนโลยีในการกำจัดซากเคมีภัณฑ์ที่มีสาร PFOS 3.ศึกษาความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับลดและจัดการสารเคมีที่ปลดปล่อยโดยไม่จงใจ เช่น ไดออกซินและฟิวแรน จากแหล่งกำเนิดประเภทอุตสาหกรรมรีไซเคิลเศษโลหะ และ 4.ออกมาตรการจูงใจให้ผู้บริโภคและภาคเอกชนหันมาสนับสนุนสินค้าทางการเกษตรที่ปลอดการเผาในที่โล่งและ/หรือมาตรการทางการเงินแก่เกษตรกร" น.ส.ทิพานัน กล่าว
ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง
4
ก.ย.
2569
การจัดโครงการสัมมนา สลน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “เสริมพลังใจ สร้างพลังในการทำงาน : SPM Happy Mind, Better Work”
3
ก.ย.
2569
การจัดโครงการสัมมนา สลน. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ภายใต้หัวข้อ “เสริมพลังใจ สร้างพลังในการทำงาน : SPM Happy Mind, Better Work”
8
ก.ย.
2569
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้รับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 2569
ข่าว สลน. มาใหม่
26
ส.ค.
2568
ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่...) พ.ศ. ....
26
ส.ค.
2568
ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น
26
ส.ค.
2568
ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท
และการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ
Mute
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มสำเร็จ
ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามคำขอโดยเร็วที่สุด
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
แก้ไขโปรไฟล์สำเร็จ
ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตรหัสผ่านสำเร็จ
ระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยแล้ว
รีเซ็ตรหัสผ่านไม่สำเร็จ
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับการแจ้งเตือนข้อผิดพลาด
ทางหน่วยงานจะรีบทำการแก้ไข
และปรับปรุงเพื่อการให้บริการที่ดีขึ้น
ส่งแบบฟอร์มแบบฟอร์มไม่สำเร็จ
กรุณากรอกข้อมูลให้ถูกต้อง
กรุณาตรวจสอบ
อัปโหลดสูงสุด 5 ไฟล์ ขนาดไม่เกิน 64 MB
กรุณาเข้าสู่ระบบ
เพื่อเข้าใช้งานระบบสมาชิก
กำลังทำรายการ
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
The Secretariat of the Prime Minister
กดปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” เพื่อเข้าสู่ระบบ
เพื่อให้การสมัครสมาชิกเสร็จสมบูรณ์
กรุณายืนยันว่าอีเมลนี้เป็นของคุณที่กล่องจดหมาย
กรุณาลองใหม่อีกครั้ง