Pattern

สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

The Secretariat of the Prime Minister

ข่าวทำเนียบรัฐบาล

1 มิถุนายน 2567
โฆษกรัฐบาลเผย รัฐบาลขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายรัฐ หนุน พม. เปิดอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน เพิ่มโอกาส ส่งเสริมศักยภาพของผู้พิการทางการได้ยิน
โฆษกรัฐบาลเผย รัฐบาลขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายรัฐ หนุน พม. เปิดอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน เพิ่มโอกาส ส่งเสริมศักยภาพของผู้พิการทางการได้ยิน

วันที่ 1 มิถุนายน 2567 นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มุ่งเป้าเร่งขับเคลื่อนการผลิตล่ามภาษามือชุมชนให้เพียงพอต่อการให้บริการคนพิการประจำปี 2567 โดยเปิดโครงการอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน 135 ชั่วโมง ประสานความร่วมมือกับสถาบันราชสุดา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพื่อให้เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการคนพิการจังหวัด หน่วยบริการล่ามภาษามือ หน่วยงานที่ให้บริการล่ามภาษามือ และผู้สนใจ สามารถสื่อสารกับคนพิการทางการได้ยินที่มารับบริการ และต่อยอดไปสู่การเข้ารับการสอบประเมินความรู้และทักษะการเป็นล่ามภาษามือ เพื่อจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือชุมชนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งส่งเสริมความเข้าใจในปัญหาความทุพพลภาพ และระดมการสนับสนุน เพื่อศักดิ์ศรี สิทธิ และสวัสดิภาพของคนพิการ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมของคนทุกกลุ่ม ซึ่งในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 เมษายน 2567 ที่ผ่านมาได้มีมติรับทราบและเห็นชอบ “ข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤติประชากรและสังคมผู้สูงวัย" พร้อมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายฯ ดังกล่าว ซึ่งข้อเสนอ เพิ่มโอกาสและสร้างเสริมคุณค่าของคนพิการ เป็นหนึ่งในข้อเสนอเชิงนโยบายฯ ด้วย ซึ่งรัฐบาล โดย พม. ได้มีการขับเคลื่อนสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียม มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ มีรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี ในการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนไทยทุกคน โดยมุ่งมั่นให้สถานประกอบการ รวมทั้งหน่วยงานของรัฐ เปิดโอกาสให้แก่ผู้พิการทางการได้ยิน ได้แสดงศักยภาพ โดยได้เปิดอบรมหลักสูตรล่ามภาษามือชุมชน เพื่อบริการคนพิการทางการได้ยินให้ทั่วถึง ซึ่งการเป็นล่ามภาษามือ ถือเป็นการประกอบอาชีพที่มีรายได้ในการเลี้ยงดูตนเอง อีกทั้งในปัจจุบันล่ามภาษามือส่วนมากอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โครงการดังกล่าว จึงเป็นการกระจายศักยภาพการเข้าถึงสวัสดิการแห่งรัฐ และสามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคม “รัฐบาลและภาคประชาสังคม มีเป้าหมายที่สำคัญที่สุดคือ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง' : Leave no one behind โดยมีประชาชนทุกคนเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันประเทศไทยไปข้างหน้าร่วมกันรวมทั้งประชาชนในกลุ่มผู้พิการต่าง ๆ ด้วย โดยปัจจุบันคนพิการที่ขึ้นทะเบียน มีบัตรประจำตัวคนพิการ มีจำนวนทั้งสิ้น 2,304,268 คน ในจำนวนนี้เป็นคนพิการทางการได้ยินหรือสื่อความหมาย 427,363 คน (ณ 30 เมษายน 2567) สำหรับการดำเนินโครงการอบรมล่ามภาษามือ พม. ได้มีการจัดอบรมระหว่างเดือนพฤษภาคม - สิงหาคม 2567 รวม 6 รุ่น รุ่นละ 30 คน จำนวน 180 คน โดยมีกลุ่มเป้าหมาย 77 จังหวัด โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่ศูนย์บริการคนพิการ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทุกจังหวัด ขณะนี้มีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมล่ามภาษามือในรุ่นต่อไป จำนวน 500 กว่าคน โดยเป้าหมายต้องการผลิตล่ามภาษามือให้ได้ 40,000 กว่าคน เพื่อให้มีล่ามภาษามือเพียงพอต่อการให้บริการคนพิการและให้สามารถผ่านการประเมินความรู้และทักษะการเป็นล่ามภาษามือชุมชนตามระเบียบที่กำหนดไว้และจดแจ้งเป็นล่ามภาษามือชุมชนเพิ่มมากขึ้น" โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

ข่าวสารที่เกี่ยวข้อง

16

มิ.ย.

2569

คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เข้าร่วมถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

13

มิ.ย.

2569

ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ ตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

4

มิ.ย.

2569

เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ร่วมงานสโมสรสันนิบาตเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

ข่าว สลน. มาใหม่

26

ส.ค.

2568

ครม. มีมติอนุมัติในหลักการร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์

เรื่อง กำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร (ฉบับที่...) พ.ศ. ....

26

ส.ค.

2568

​ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

​ครม. อนุมัติการขอรับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น

26

ส.ค.

2568

ครม.รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการตามแผนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบวงเงิน 157,000 ล้านบาท

และการใช้วงเงินงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจส่วนที่เหลือ

ช่องทางการร้องเรียนและแจ้งปัญหาการทุจริตของเจ้าหน้าที่ สลน.
สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)
โดยตรงที่ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
0-2288-4000
ทางไปรษณีย์ ถึง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. 10300

Mute

ติดต่อสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)