นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกพ. จะขึ้นค่าไฟ 4.68 บาท สูงเกินไป แต่ยอมรับ มีแนวโน้ม ปรับขึ้นจากเดิม 3.99 บาท แต่ไม่ให้ถึง 4.68 บาท แน่นอน เตรียมเรียกประชุม

30 พฤศจิกายน 2566

วันนี้ (30 พ.ย.66) เวลา 13.30 น. ณโรงแรมสีหราช จังหวัดอุตรดิตถ์ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการลงพื้นที่ต่างจังหวัดติดต่อเป็นจำนวนหลายวันได้รับทราบถึงปัญหาต่างๆ ซึ่งเราลงพื้นที่ก็อยากจะมารับฟังปัญหา เพื่อที่จะหาทางแก้ไข อย่างเมื่อวาน (29 พ.ย.)ได้มารับฟังปัญหาเรื่องของฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งมาจากการเผาป่าที่เป็นปัญหาใหญ่ทุกปัญหาก็เกิดมาจากการที่เศรษฐกิจไม่ดี ทำให้เกษตรกรที่มีซังข้าวโพดก็ต้องเผาวิธีที่จะกำจัดได้เร็วที่สุด และทำให้ปีที่ผ่านมาถือว่าเป็นปีที่เลวร้ายที่สุดในเรื่องของ PM 2.5 แต่ปีนี้รัฐบาลจะมีการผลักดันพระราชบัญญัติอากาศสะอาดเข้าสู่สภา และเมื่อวานนี้ก็ต้องขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.อ.พัชรวาทวงษ์ สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ได้มาพบปะพูดคุยกับภาคเอกชน และทุกภาคส่วน พร้อมในการที่จะทำให้ปัญหา PM 2.5 ลดลงอย่างมีนัยยะ และในเช้าวันเดียวกันนี้ (30 พ.ย.) ได้พบกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้พูดคุยกันว่า เราจะต้องทำอะไรกันบ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้ และเมื่อกลับไป ก็ต้องไปพูดคุย โดยเฉพาะฝ่ายทหารที่น่าจะมีส่วนช่วยได้อย่างสูงสุด คาดว่าน่าจะเป็นปลายเดือนมกราคม เข้าสู่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะเข้าสู่ช่วงวิกฤตจริงๆ และวานนี้ (29 พ.ย.) เป็นการคุยกันในเรื่องทฤษฎี แต่การลงมาพื้นที่จริงก็คงจะได้ดูปัญหาในการรับพื้นที่อีกครั้ง ปัญหานี้ต้องหมดไปเพราะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชน คืออากาศสะอาด ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดเรื่องหนึ่งที่ต้องทำ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ส่วนจะขีดเส้นตายให้กับหน่วยงานในการแก้ปัญหาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นเรื่องการกำหนดเดตไลน์แต่เป็นเรื่องที่ใกล้จะเข้าสู่ฤดูไฮซีซั่น ดังนั้น เคพีไอก็จะต้องลดลงครึ่งหนึ่งคือ 50% เป็นเป้าที่วางไว้ให้กับทุกภาคส่วน

ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางที่จะรับซื้อซังข้าวโพด จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ไขปัญหา เราก็ต้องไปคุยกับหน่วยงานที่จะต้องมารับซื้อตรงนี้ด้วย ยืนยันพยายามอย่างเต็มที่ ที่จะลดให้ได้ครึ่งนึงก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ต้นตอที่สำคัญอย่างหนึ่ง คือ การเผาอ้อยเพื่อป้อนโรงงาน ที่เป็นปัญหามานานแล้วและโรงงานมักจะอ้างว่าไม่ได้ให้เผา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มันมีเกิดขึ้นจริงๆ ก็ต้องให้หน่วยงานลงพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยต้องพึ่งหน่วยงานความมั่นคงจากกอ.รมน. ซึ่งก็จะกลับไปพูดคุยกันอีกครั้งนึงเพราะต้องพยายามอย่างเต็มที่ ตนเองก็จะลงพื้นที่ด้วยตัวเองอีกครั้งด้วย และก็จะมีการพูดคุยกับทางโรงงานน้ำตาลอีกทีด้วยเช่นกัน

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มีมติขึ้นค่าไฟเป็น 4.68 บาท ว่า 4.68 บาท ไม่ได้หรอกครับสูงเกินไป ผมในฐานะประธานจะต้องมีการเรียกประชุม ไม่ยอมหรอกครับ

เมื่อถามว่าการปรับขึ้นดังกล่าวสูงกว่าเพดานที่รัฐบาลเคยตั้งไว้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็จะเข้าไปพูดคุยรายละเอียดทั้งหมดในฐานะประธาน กกพ. เมื่อถามว่าจะเป็นมาตรการต่อเนื่องหรือไม่สำหรับเรื่องของการลดราคาไฟฟ้า นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็ต้องไปนั่งดู ก่อนเพราะเป็นเรื่องของงบประมาณด้วย แต่ขึ้นไปถึง 4.68 บาท คงไม่ไหว เยอะเกินไป แนวโน้มจะขึ้นจาก 3.99 บาท แต่ไม่ถึง 4.68 บาท แน่นอน

ต่อข้อถามว่า จากการลงพื้นที่ในหลายจังหวัด พบว่า ประชาชนทวงถามเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ส่งผลเกิดแรงกดดันหรือไม่ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า
ทุกวันทุกเรื่องเป็นเรื่องที่กดดัน และเป็นเรื่องที่อยากให้พี่น้องประชาชนได้จริงก็มารับฟัง สื่อก็เห็นว่าประชาชนต้องการ ไปที่ไหนก็ต้องการ ลงพื้นที่จังหวัดอุตรดิตถ์หลายคนก็ถามในเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ประชาชนอยากได้จริงๆ เพราะมันวิกฤตจริงๆ


ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความคืบหน้าอย่างไร เรื่องถึงไหนแล้ว นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังเลย เดี๋ยวช่วงบ่ายนี้จะโทรศัพท์หา นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ว่า เรื่องถึงไหนแล้วในตอนนี้

ต่อข้อถามว่า ดูเหมือนจะถูกมองว่าเรื่องจะเงียบไป บางคนอาจจะใจแป้วว่าจะไม่ได้เงินดิจิทัลแล้ว จะให้ความมั่นใจอย่างไรกับประชาชน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ก็พยายามทำอย่างเต็มที่ ทุกฝ่ายต้องมีการพูดคุยกัน อีกทั้ง ยังยืนยันว่า ยังคงไทม์ไลน์เดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกรัฐมนตรีมีแผนหรือไม่ หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความออกมาในทางลบจะมีการปรับลดเกณฑ์อะไร ที่ไม่ต้องกู้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เดี๋ยวคงมีการพูดคุยกันในตรงนี้ แต่ตอนนี้มุ่งมั่นจะทำจากนี้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ว่าจะอย่างไร จะพยายามอย่างเต็มที่ หากจะได้หรือไม่ได้อย่างไร ก็จะมีคำตอบให้กับประชาชนใช่หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถูกต้อง ใช่ครับ เป็นหน้าที่ของรัฐบาล

โปรดเลือก