นายกฯ ห่วงการจ้างงานและลูกจ้างรายวัน ขณะที่ บอร์ด คนร. เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์การเสนอกรอบนโยบายการพัฒนาและทิศทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ เน้นพลิกโฉมประเทศ

13 กันยายน 2564

วันนี้ (13 ก.ย.64) เวลา 09.30 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 3/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้อง นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญของการประชุมดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การพัฒนาและทิศทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ จะต้องเป็นการพลิกโฉมประเทศไทย โดยพุ่งเป้าความต้องการในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม สาธารณสุข เพื่อเพิ่ม GDP ประเทศ รัฐวิสาหกิจที่มีขีดความสามารถ เน้นการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศให้มากขึ้น รวมทั้งมีการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล ให้ใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อเป็นรายได้เข้าสู่ประเทศ ซึ่งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชนและธุรกิจจะต้องช่วยกันขับเคลื่อนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศโดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก

นายกฯ ยังกล่าวถึงเรื่องการจ้างงานว่า ขอให้รัฐวิสาหกิจได้มีส่วนช่วยเหลือประชาชนโดยพิจารณาหาแนวทางจัดทำแผนงานการจ้างงานในด้านต่าง ๆ เช่น งานด้านสิ่งแวดล้อม โยธา การรักษาความปลอดภัยในทรัพย์สิน เป็นต้น ที่อาจเป็นการจ้างงานในรูปแบบพิเศษ เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ที่มีปัญหาการแพร่ระบาดโควิด-19 ช่วยเหลือประชาชนคนที่ตกงานได้มีรายได้ประจำวันด้วย

สำหรับมติที่ประชุม คนร. ที่สำคัญมีดังนี้ เห็นชอบร่างหลักเกณฑ์การเสนอกรอบนโยบายการพัฒนาและทิศทางการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ (หลักเกณฑ์กรอบนโยบายฯ) และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการฯ จัดส่งร่างหลักเกณฑ์กรอบนโยบายฯ ให้กระทรวงเจ้าสังกัดดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป เห็นชอบในหลักการโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย “บ้านเคหะสุขประชา” ภายใต้แนวคิด “บ้านเคหะสุขประชา = บ้านพร้อมอาชีพ” และ ให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ดำเนินโครงการฯ ตามแนวทางการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนตาม พ.ร.บ. การร่วมลงทุนฯ โดย กคช. เป็นหน่วยงานเจ้าของ โครงการฯ ทั้งนี้ ไม่ขัดข้องหาก กคช. มีความประสงค์จะจัดตั้ง บมจ. เคหะฯ ในรูปแบบบริษัทเอกชน ซึ่งการจัดตั้งบริษัทในเครือ กคช. ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายจัดตั้ง กคช. รวมทั้ง ให้ กคช. กำกับดูแลบริษัทในเครือดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง เป้าหมายการดำเนินงาน และสามารถเลี้ยงตัวเองได้ และไม่เป็นภาระกับ กคช. ในระยะยาว สำหรับการร่วมลงทุนกับเอกชนซึ่งรวมถึง บมจ. เคหะฯ ให้ กคช. คำนึงถึงการแข่งขันอย่างเป็นธรรม รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัดด้วย

นอกจากนี้ ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงานของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจ ณ สิ้นปี 2563 และรับทราบการจัดกลุ่มบริษัทในเครือโดยพิจารณาจากการดำเนินการของบริษัทในเครือมีความสอดคล้องกับภารกิจหรือจำเป็นต่อภารกิจเฉพาะตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ และจัดกลุ่มบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจใหม่เป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 กลุ่มบริษัทในเครือที่มีการดำเนินการสอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ และแบ่งเป็นกลุ่มย่อยตามผลประกอบการด้านการเงิน คือ กลุ่มที่มีผลประกอบการมีกำไร และผลประกอบการขาดทุน กลุ่มที่ 2 กลุ่มบริษัทในเครือที่มีการดำเนินการไม่สอดคล้องกับภารกิจตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ กลุ่มที่ 3 กลุ่มบริษัทในเครือที่จัดตั้งขึ้นตามความจำเป็นต่อการดำเนินภารกิจเฉพาะตามวัตถุประสงค์ของรัฐวิสาหกิจ

โปรดเลือก