​โฆษกเตือน สส.ก้าวไกลหยุดใส่ร้ายรัฐบาล ยืนยันผู้ประกอบการทุกไซส์ทั้งจิ๋ว เล็ก กลาง หรือใหญ่ สามารถยื่นขอมาตรฐาน SHA และ SHA+ ได้อย่างเท่าเทียม ไม่ได้เอื้อรายใหญ่

8 พฤศจิกายน 2564

โฆษกรัฐบาลเตือนสส.ก้าวไกลหยุดใส่ร้ายรัฐบาล ยืนยันผู้ประกอบการทุกไซส์ทั้งจิ๋ว เล็ก กลาง หรือใหญ่ สามารถยื่นขอมาตรฐาน SHA และ SHA+ ได้อย่างเท่าเทียมไม่ได้เอื้อรายใหญ่ ททท. จัดโต๊ะประสานงานผู้ประกอบการสามารถ Walk in เข้าปรึกษาได้ทุกวันไม่มีช้า สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวรองรับเปิดประเทศ

วันนี้ (8 พ.ย. 2564) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณี นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลออกมาระบุมาตรฐาน SHA ช้าสมชื่อเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่กีดกันผู้ประกอบการรายเล็กว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง นายวิโรจน์เป็นบุคคลที่ล้มละลายทางด้านความน่าเชื่อถือชอบออกมาใส่ร้ายรัฐบาลเป็นประจำตนไม่ขอตอบโต้แต่ขอชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งกระบวนการขอเครื่องหมาย SHA และ SHA+ เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการทุกรายเพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานภาคบริการของไทยด้วย โดยเป้าหมายสำคัญ คือ การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย โดยกำหนดแนวทางปฏิบัติให้แก่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทย รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นเรื่องความปลอดภัยด้านสุขอนามัยแก่นักท่องเที่ยวไทยและชาวต่างประเทศตลอดจนผู้ประกอบการ โดยยึดหลักแนวทางการดำเนินงานและมาตรการป้องกันความเสี่ยงโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับสถานประกอบการของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะมีกระบวนการสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้ประกอบการของไทยทั้งขนาดจิ๋ว เล็ก กลาง ใหญ่ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่ง และส่งเสริมให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภายในประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนแม้สถานการณ์โควิด-19 จะผ่านไป ล่าสุดผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการและได้รับมาตรฐาน SHA ทั่วประเทศ 22,381 ราย SHA กทม. 5,444 ราย SHA+ ทั่วประเทศ 5,290 ราย SHA+ กทม. 606 ราย แล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดมุ่งหมายของ SHA มาจาก Amazing Thailand Safety & Health Administration เพื่อกระตุ้นให้สถานประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวนั้นเพิ่มความรัดกุมกับสินค้าและบริการ ภายใต้การควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ให้ปลอดภัยและถูกต้องตามหลักสุขอนามัย โดยเป็นมาตรการที่กำหนดร่วมกันระหว่างกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ในการยกระดับมาตรการความสะอาดเพื่อความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ซึ่งกิจการที่สามารถขอตรา SHA ได้นั้น มีทั้งหมด 10 รูปแบบ ได้แก่ ร้านอาหาร โรงแรมหรือที่พัก สถานที่ท่องเที่ยว ยานพาหนะ บริษัทนำเที่ยว กิจการเกี่ยวกับสุขภาพและความงาม ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า กีฬาเพื่อการท่องเที่ยว การจัดกิจกรรม/จัดประชุม/โรงละคร/โรงมหรสพ และร้านค้าต่าง ๆ โดยตราสัญลักษณ์ SHA และ SHA+ ยืนยันถึงมาตรฐาน ที่คำนึงถึงสุขลักษณะของอุปกรณ์เครื่องใช้/อาคาร/ห้องพัก การจัดอุปกรณ์ทำความสะอาดเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรค แนวการป้องกันสำหรับผู้ให้บริการและผู้รับบริการ และรวมไปถึงการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นต้น โดยสามารถลงทะเบียนที่ www.thailandsha.com ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีเงื่อนไขเกณฑ์ตรวจสอบเพื่อประเมินมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยในสถานประกอบการที่กำหนดไว้ อาทิ การใช้แพลตฟอร์มไทยชนะ/หมอชนะ การได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม (แบบ ร.ร.2) หรือ หนังสือแจ้งการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามกฎหมายและขอให้ตรวจสอบการปรับปรุงอาคารต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 6/2562 (คสช.) หรือ แบบหนังสือรับแจ้งสถานที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม (โฮมสเตย์) เป็นต้น ซึ่งผู้ประกอบการสามารถติดต่อ ณ ที่ทำการปกครองจังหวัดทุกจังหวัดเพื่อขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ แล้วนำมาประกอบในการขึ้นทะเบียน SHA และ SHA+ ได้ต่อไป ปัจจุบัน ททท. ได้พัฒนาระบบเว็บไซต์ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมทั้งยังเพิ่มช่องทางให้ผู้ประกอบการไปติดต่อด้วยตัวเอง ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ในเวลาราชการได้ทุกวัน

“ขอยืนยันว่า รัฐบาลเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบลงทะเบียนขอรับ SHA และ SHA+ ได้อย่างเท่าเทียมและไม่ได้มีการกีดกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบทุกไซส์ทั้งจิ๋ว เล็ก กลาง หรือใหญ่ไม่เอื้อใครแต่ทำเพื่อทุกคน เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยด้านสุขภาพเป็นหัวใจสำคัญ เพราะท่านนายกรัฐมนตรีเปิดประเทศพร้อมยกระดับมาตรการทุกกิจการ/กิจกรรมให้สูงขึ้นเพื่อปกป้องชีวิตคนไทย ขณะเดียวกันส่งเสริมผู้ประกอบการไทยให้สามารถประกอบธุรกิจได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นสิ่งที่พรรคก้าวไกลพยายามเสนอให้หย่อนระเบียบลง อย่างเช่นกรณีของมาตรฐาน SHA+ ให้กลับไปใช้ SHA อย่างเดียว เพื่อไม่ให้เป็นภาระและให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดูแลนั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง เพราะเป็นวิสัยทัศน์ระยะสั้น และจะกลายเป็นบอนไซให้ธุรกิจและผู้ประกอบการไทยไม่ได้เติบโตอย่างยั่งยืน เป็นสิ่งที่สวนทางกับความเป็นจริงทางธุรกิจ” นายธนกร กล่าว

โปรดเลือก