รองนายกฯ นายวิษณุฯ หารือ เอกอัครราชทูตตุรกีพร้อมร่วมมือเดินหน้าความสัมพันธ์ให้แนบแน่นและหลากหลายยิ่งขึ้น

23 พฤศจิกายน 2564

วันนี้ (23 พฤศจิกายน 2564) เวลา 14.30 น. ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางแซรัป แอร์ซอย (H.E. Mrs. Serap Ersoy) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐตุรกีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเข้ารับหน้าที่ สรุปสาระสำคัญการหารือ ดังนี้

รองนายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทย รัฐบาลไทยพร้อมให้ความร่วมมือในการดำเนินภารกิจเพื่อประสานความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศให้ก้าวหน้า ซึ่งจากการเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรีทราบว่า เป็นความตั้งใจของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและของเอกอัครราชทูตฯ ที่จะเพิ่มพูน ความสัมพันธ์ไทย-ตุรกีให้แนบแน่น และหลากหลายยิ่งขึ้น และขออวยพรให้ เอกอัครราชทูตฯ ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทย

เอกอัครราชทูตยินดีที่ได้หารือกับรองนายกรัฐมนตรี ประทับใจในการหารือกับนายกรัฐมนตรีเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน เป็นการหารือที่มีประโยชน์ ได้แลกเปลี่ยนความรู้ และรับฟังวิสัยทัศน์นายกรัฐมนตรี เชื่อมั่นว่าการดำรงตำแหน่งในประเทศไทยจะสร้างประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชนไทยและตุรกี เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ขอให้ทั้งสองประเทศใช้ประโยชน์จากจุดเด่นที่มีความคล้ายคลึงกัน เช่น ทำเลที่ตั้งในจุดยุทธศาสตร์ของภูมิภาค มีกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อ และความเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม เพื่อขยายความร่วมมือระหว่างกันให้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบาย Asia Anew ของตุรกี ที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชีย

ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และการผ่อนคลายมาตรการ รวมทั้งการเปิดประเทศ ซึ่งเอกอัครราชทูตฯ ชื่นชมมาตรการการจัดการของรัฐบาลไทยที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และได้ประกาศเปิดประเทศแล้ว และขอให้ไทยพิจารณาตุรกีให้อยู่ในกลุ่ม 63 ประเทศต้นทาง
ในด้านการค้าการลงทุนนั้น เอกอัครราชทูตฯ พร้อม สนับสนุนเอกชนตุรกีให้ลงทุนในไทยมากขึ้น และขอให้ไทยพิจารณาสนับสนุนนักลงทุนไทยไปลงทุนที่ตุรกีเนื่องจากเป็นเมืองยุทธศาสตร์สำคัญ ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะร่วมผลักดันให้ การเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-ตุรกี มีข้อยุติโดยเร็ว

ในโอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสานต่อความร่วมมือในสาขาใหม่ๆ โดยเฉพาะเกษตรอัจฉริยะ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม และความร่วมมือเพื่อการพัฒนา เพื่อให้ความร่วมมือมีมิติที่หลากหลาย และสนับสนุนการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนหลังโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะส่งเสริมความสัมพันธ์ในระดับประชาชนกับประชาชน รวมทั้ง การเพิ่มพูนความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม

โปรดเลือก