นายกรัฐมนตรีมอบโอวาทผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

14 กันยายน 2563

นายกฯ มอบโอวาทผู้ที่จะเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ชื่นชมการทำงานที่ผ่านมาของทุกคน ขอให้เป็นกำลังใจให้ผู้ที่ยังปฏิบัติงานอยู่ รวมทั้งให้ช่วยกันดูแลลูกหลานและประเทศชาติ

วันนี้ (14 ก.ย.63) เวลา 09.30 น. ณ ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นำผู้ที่จะเกษียณอายุราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วยข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ รวม 13 คน เข้าพบ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อรับมอบโอวาทในโอกาสที่จะเกษียณอายุราชการ โดยมี นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายบรรสาน บุนนาค รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เข้าร่วมเป็นเกียรติแก่ผู้ที่จะเกษียณอายุราชการ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวมอบโอวาทสรุปสาระสำคัญว่า วันนี้ถือเป็นวันสำคัญของผู้เกษียณอายุราชการทุกคน ขอชื่นชมและขอบคุณสำหรับการทำงานในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งขอชื่นชมที่ทุกคนสามารถรับราชการได้จนครบวาระ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจ ตลอดระยะเวลาก่อนที่จะถึงอายุ 60 ปี ทุกคนได้ทำงานมาตั้งแต่เป็นชั้นผู้น้อยจนมาเป็นผู้ใหญ่ ได้ผ่านวันเวลาที่มีทั้งดีและทั้งไม่ดี ความยากลำบากก็คงมีอยู่บ้าง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกคนได้ช่วยกันทำงานในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีผู้บังคับบัญชาดูแลตามลำดับชั้นมาโดยตลอด จากใจของนายกรัฐมนตรีขอขอบคุณแทนทุกคน ขอบคุณแทนประเทศชาติและส่วนราชการ ทุกคนคงเตรียมการในเรื่องการเกษียณอายุราชการไว้มากพอสมควร เพราะทุกคนรู้ว่าจะเกษียณเมื่อไร ฉะนั้นจากนี้ไปสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขของตัวเอง กับครอบครัวและลูกหลาน ทั้งนี้ หากผู้ที่เกษียณมีปัญหาในระยะต่อไป ก็ขอให้ปรึกษามาที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการทำงานที่ผ่านมา ทุกคนคงจะได้เก็บความภาคภูมิใจของตัวเองไว้ เวลาต่อไปนี้คือเรื่องของตัวเอง เรื่องของครอบครัว หวังว่าผู้เกษียณทุกคนจะเป็นกำลังใจให้คนที่ยังทำงานอยู่ต่อไป ให้สามารถที่จะผ่านพ้นวันเวลาในช่วงการปฏิบัติหน้าที่เหมือนกับทุกคนจนถึงวันเกษียณอายุ ทั้งนี้ ในการทำงานกับคนจำนวนมากเป็นธรรมดาที่จะมีเรื่องถูกใจกันหรือไม่ถูกใจกันบ้าง วันนี้สิ่งใดที่รู้สึกไม่สบายใจก็ถือว่าจบหมดเรื่องแล้ว ขอให้กลับมาเป็นกำลังใจให้กันและกัน ส่วนตัวนายกรัฐมนตรีตั้งใจจะทำงานให้ดีที่สุดเพื่อประเทศชาติ ถ้าทุกคนช่วยกันอดทน ประเทศชาติก็จะไปข้างหน้าได้ พร้อมกับขอให้ทุกคนระมัดระวังดูแลลูกหลานให้ดี ความอบอุ่นในครอบครัวคือสิ่งสำคัญ หลายสิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะไม่เหมือนสมัยก่อนที่ผ่านมา เพราะโลกเปลี่ยนไป ดังนั้นทุกคนและลูกหลานจึงต้องปรับตัวในการใช้ชีวิต รวมทั้งขอฝากให้ทุกคนช่วยกันดูแลประเทศชาติ ถึงแม้จะเกษียณอายุไปแล้วก็ตาม และขอให้บุญกุศลที่ทุกคนทำมา ได้ตอบสนองทุกคนเป็นร้อยเท่าพันทวีด้วย

พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกฯ เคยพูดอยู่เสมอว่า นายกรัฐมนตรีจำเป็นต้องดูแลข้าราชการให้ดีที่สุด วันนี้นายกฯ พยายามจะรักษาศักดิ์ศรีเกียรติยศของข้าราชการที่ดี ซึ่งทุกคนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้ทุกคนมีความสุข ใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงนี้เป็นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จึงขอให้ทุกคนปลอดภัย และคิดจะทำสิ่งใดหวังสิ่งใดที่ถูกที่ควรก็ขอให้ดำเนินการให้ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสุขภาพพลานามัยของทุกคน

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีได้กล่าวอวยพรแก่ผู้ที่จะเกษียณอายุราชการฯ ว่า ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เดชะพระบารมีอันแผ่ไพศาลแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ จงปกป้องรักษา ทั้งตัวเอง ลูกหลาน ครอบครัว ให้ประสบความสุขความเจริญตลอดไป คิดสิ่งใดหวังสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการ

------------------------

กลุ่มประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักโฆษก

โปรดเลือก